Shared Files

Captivate

RoboDemo 5.0RoboDemo คือชื่อของซอฟต์แวร์สร้างบทเรียนเชิงโต้ตอบ สร้างและพัฒนาโดยบริษัท eHelp Software เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2003 บริษัท Macromedia ซื้อบริษัท eHelp Software และนำ RoboDemo มาพัฒนาต่อ เปลี่ยนชื่อเสียใหม่เป็น ‘Captivate‘ ถัดจากนั้นเพียงสองปี ในวันที่ 3 ธันวาคม 2005 บริษัท Macromedia ก็ถูกกลืน โดยบริษัท Adobe

Adobe formerly MacromediaRoboDemo หรือในชื่อใหม่ Captivate พร้อมเพื่อนร่วมชะตากรรมอื่นๆ อย่าง Authorware, Flash และ Director ฯลฯ ก็ได้กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ของ Adobe นับจากนั้น

หากกล่าวว่า Authorware เป็นพี่น้องกับ Flash โปรแกรม Adobe Captivate ก็จัดได้ว่าเป็นฝาแฝดกับ Flash เลยทีเดียว มันสามารถสร้างไฟล์ SWF ได้เหมือนกัน หากแต่ใช้ง่ายกว่า สำหรับนักพัฒนาที่จริงจัง การใช้ Captivate ที่มีจุดเด่นในเรื่อง Rapid eLearning (อ่าน Exploring the Definition of “Rapid e-Learning” และ White Paper on Rapid eLearning) สร้างบทเรียนในตอนเริ่มต้นของการทำงาน publish เป็น SWF แล้วนำมาปรับแก้ไขเพิ่มเติมใน Flash เพื่อให้ได้งานที่มีคุณลักษณะซับซ้อนตามต้องการ นับเป็นทางเลือกทีดีอย่างยิ่ง

การสร้างบทเรียนหรือที่ Captivate เรียกว่า ภาพยนตร์ (movie) ทำได้สองวิธี คือ สร้างเอง (manual) และสร้างอัตโนมัติ (auto) การสร้างภาพยนตร์ด้วยตนเอง ทำได้โดยการกดแป้น Print Screen เมื่อต้องการสร้างสไลด์ (slide) สำหรับการสร้างอัตโนมัติ Captivate จะคอยจับบันทึกการเปลี่ยนตำแหน่งเมาส์ การคลิก การเลือกเมนู ฯลฯ โดยการการสร้างอัตโนมัตินี้ทำได้ 4 วิธี คือ การสาธิต (Demonstration) การเลียนแบบชนิดประเมิน (Assessment Simulation) การเลียนแบบชนิดฝึก (Training Simulation) และการปรับแต่ง (Custom)

การจับภาพหน้าจอเพื่อสร้างภาพยนตร์ทำได้ 2 วิธี คือ วิธีมาตรฐาน (standard) และ วิธีเต็มรูป (full motion) ซึ่งเป็นการบันทึกความเคลื่อนไหวอย่างสมบูรณ์ เหมาะกับการเคลื่อนไหวที่มีความสลับซับซ้อน ภาพยนตร์จะถูกบันทึกด้วยอัตราความเร็วสูง ให้ภาพที่ดูนุ่มนวลกว่า แต่มีข้อพึงสังวรณ์ในเรื่องของขนาดไฟล์ภาพยนตร์ที่จะมีขนาดใหญ่กว่าด้วยเช่นกัน

Adobe Captivate 3

ตัวอย่างบทเรียนที่สร้างด้วย Captivate

การสร้างปฏิสัมพันธ์ (interactivity)

Captivate ใช้สิ่งต่อไปนี้ในการสร้าง: Highlight Box, Click Box, Button สำหรับ navigation และ Text Entry Box

  • Highlight Box
    เปรียบได้กับปากกาสีสะท้อนแสงที่เราใช้ทำไฮไลท์ข้อความสำคัญเวลาอ่านหนังสือ เราใช้มันเน้นวัตถุหรือบริเวณที่ต้องการ สร้างด้วยคำสั่ง Insert > Highlight Box หรือ Control-Shift-L
  • Click Box
    เรามองไม่เห็น Click Box บนหน้าจอ เราใช้มันเพื่อ navigate ไปสไลด์แผ่นอื่น เปิดภาพยนตร์ Captivate เรื่องอื่น ส่งอีเมล เปิดเว็บไซท์ และใช้งาน JavaScript ฯลฯ สร้างด้วยคำสั่ง Insert > Click Box หรือ Control-Shift-K
    Click Box มีความสามารถสูงและหลากหลาย options ต่างๆ ที่ใช้ได้ คือ Hint caption, Success caption, Failure caption, Show hand mouse cursor when over success “hit” area, Stop audio when click, Pause movie until user clicks และ Double mouse click
  • Button
    เราไม่เห็น Click boxes แต่เราเห็น Button แบ่งออกได้ 3 ประเภท คือ Text button, Transparent button และ Image button ซึ่งมี 3 สถานะ–Up, Over และ Down สร้างด้วยคำสั่ง Insert > Button หรือ Control-Shift-B
    เราสามารถสร้าง button ใช้ได้ตามใจชอบ โดยให้บันทึกเป็น .gif, .jpg และ .bmpแต่ละปุ่ม จะต้องใช้ 3 ภาพ 3 สถานะ คือ Up, Over และ Down
  • Text Entry Box
    ใช้เมื่อต้องการให้ผู้เรียนเขียนตอบคำถามในแบบทดสอบ หรือใช้กรอกรหัสผ่านก็ได้ สร้างด้วยคำสั่ง Insert > Text Entry Box
    หรือ Control-Shift-T

ขณะที่ Flash และ Director มีภาษาคอมพิวเตอร์ของตน คือ ActionScript และ Lingo โปรแกรม Captivate ไม่มีภาษาของตนเอง แต่ใช้ JavaScript เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ในบทเรียน เราสามารถใช้ JavaScript ได้กับ Click Box, Button หรือ Text Entry Box รหัส JavaScript ที่ใช้ อาจได้แก่รหัสง่ายๆ ไปจนถึงรหัสที่มีซับซ้อนสูง

Rich Media

Rich Media ซึ่งหมายถึง สื่อใดๆ ที่ถูกนำมาเพิ่มเติมให้แก่สื่ออื่น ยังผลให้ประสบการณ์ที่ผู้เรียนได้รับมีความกว้างขวางมากยิ่งขึ้น สำหรับ Captivate เราสามารถเพิ่ม video, GIF animations, Flash animations และ animated screen captures

  • video
    Captivate นำเข้า video ไม่ได้โดยตรง แต่ทำได้โดยนำไฟล์ MOV, MPG, MPEG, DV, AVI และ ASF เข้าไปใน Flash ก่อน แล้วใช้ Flash เปลี่ยน video นั้นเป็นไฟล์ FLA ด้วยคำสั่ง File > Import > Import to Library
  • AVI (Audio-Video Interleave)
    ใช้คำสั่ง Insert > Animation หรือ Control-Shift-A
  • GIF animations
    GIF เป็นไฟล์ภาพเคลื่อนไหวที่มีขนาดเล็ก ทั้งนี้เป็นเพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับ web browser มันใช้สีน้อย ไม่เกิน 256 สี มันจึงมีข้อดีที่มีขนาดเล็กมาก ใช้คำสั่ง Insert > Animation หรือ Control-Shift-A
  • Flash animations
    เป็นไฟล์ SWF ใช้คำสั่ง Insert > Animation หรือ Control-Shift-A
  • animated screen captures
    นำเข้าภาพยนตร์จากซอฟต์แวร์อื่นที่ใช้บันทึกหน้าจอ เช่น Camtasia Studio ฯลฯ ใช้คำสั่ง Insert > Animation หรือ Control-Shift-A หรือ Insert > Animation Slide

การสร้างแบบทดสอบ

  • Captivate สามารถสร้างแบบทดสอบหรือแบบสอบถามได้ง่ายๆ มีให้เลือกทั้งคำถามแบบปรนัย (Multiple choice), ถูก/ผิด (True/False), เติมคำในช่องว่าง (Fill-in-the-blank), เขียนตอบ (Short answer), จับคู่ (Matching), คลิกเลือก (Hot Spot), จัดลำดับ (Sequence) และมาตรประมาณค่าแบบลิเคอร์ท (Rating Scale (Likert)
  • มาตรประมาณค่าแบบลิเคอร์ท ใช้ในแบบสอบถามเพื่อถามถึงความคิดเห็นของผู้ตอบ ว่าเห็นด้วยกับข้อความที่กล่าวมานี้ มากน้อยเพียงใด
  • เลือกคำสั่ง Insert > Slide > Question Slide… เลือกชนิดของคำถามที่ต้องการ เช่น แบบปรนัย แล้วเลือกปุ่ม Graded Question… หรือ Survey Question… ตามความต้องการว่าจะสร้างแบบทดสอบหรือแบบสอบถาม
  • แบบทดสอบนั้นมีคำตอบที่ถูกและผิด ส่วนแบบสอบถามนั้น ไม่มีคำตอบที่ผิด
  • สามารถจำกัดเวลา (Time limit) และจำนวนครั้ง (attempts) ในการตอบคำถามได้

Question Types

เทคนิคบางประการในการสร้างบทเรียน

  • ภาพ

    • สร้างสไลด์รูปภาพ เลือก Insert > Slide > Image Slide… เลือกภาพตามต้องการ หากต้องการสามารถเลือกตัดบางส่วนของภาพที่ใหญ่เกินไปออก (crop) หรือลดขนาด (resize) รูปภาพได้
    • เพิ่มรูปภาพลงในสไลด์ด้วยคำสั่ง Insert > Image… หรือ Shift+Ctrl+M
    • การสร้าง image movie เริ่มต้นสร้างภาพยนต์ด้วยคำสั่ง Other เลือก Image Project ระบุขนาดของภาพยนต์ตามต้องการ เลือกรูปภาพจากหน้าต่าง Open ใช้แป้น Shift ช่วยเมื่อต้องการเลือกหลายภาพพร้อมกัน หากภาพใหญ่กว่าขนาดภาพยนต์ สามารถเลือกตัดออก (crop) หรือลดขนาด (resize) ได้
  • ภาพเคลื่อนไหว

    • สร้างด้วย PowerPoint เริ่มต้นสร้างภาพยนต์ด้วยคำสั่ง Other เลือก Import from Microsoft PowerPoint หรือนำเข้าสไลด์ PowerPoint ด้วยคำสั่ง Insert > Slide > PowerPoint Slide… ใช้ได้ทั้งไฟล์ PPT และ PPS (PowerPoint slide show) สามารถเลือกสไลด์เดียว บางสไลด์ หรือนำเข้าภาพสไลด์ทั้งหมดได้
  • เสียง

    • การใส่เสียงเพลง background ใช้ไฟล์ WAV หรือ MP3 ด้วยคำสั่ง Audio > Background Audio… ตัวเลือกต่างๆ ที่สามารถเลือกใช้ได้ เช่น Lower background audio volume on slides with additional audio เพื่อลดระดับเสียงให้ฟังเสียงบรรยายชัดเจนขึ้น Loop audio เพื่อเล่นเพลงวนซ้ำ Stop audio at end of project เป็นต้น

Screen shot of Captivate

เรียนรู้การใช้ Captivate

Album

eLearning

eLearning คืออะไร?





ลองพิจารณาความหมายของ eLearning ที่มีผู้ให้คำจำกัดความไว้ ดังนี้:

  • Bank of America Securities: eLearning คือการมาบรรจบกันของการเรียนและอินเทอร์เน็ต
  • Cornelia Weggen, WR Hambrecht & Co: eLearning [คือ] การส่งเนื้อหาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิคทั้งมวล ซึ่งหมายรวมถึงอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต เอ็กซทราเน็ต ดาวเทียม วิทยุโทรทัศน์ ออดีโอ/วิดีโอเทป TV แบบโต้ตอบ และ CD-ROM
  • Elliott Masie, The Masie Center: eLearning คือการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครือข่ายเพื่อออกแบบ นำส่ง เลือก บริหารจัดการ และขยายขอบเขตของการเรียนออกไป
  • Arista Knowledge Systems: eLearning คือการใช้พลานุภาพของเครือข่ายเพื่อให้การเรียนเกิดขึ้นได้ในทุกเวลา ทุกสถานที่
  • ChulaOnline: ทางเลือกหนึ่งในปัจจุบันที่มีขึ้นเพื่อพัฒนาระบบการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ ช่วยให้ผู้เรียนซึ่งอยู่ในจุดที่ห่างไกลจากผู้สอนสามารถที่จะเรียนเนื้อหาวิชา หลักสูตรต่างๆได้อย่างไม่จำกัดสถานที่และเวลา
  • Thai2Learn: การศึกษาโดยใช้สื่อการเรียนผ่านอินเทอร์เน็ต หรือ ซีดี รอม โดยมีระบบคอมพิวเตอร์รองรับ เพื่อให้ผู้เรียน สามารถได้เรียนรู้ในสิ่งที่ต้องการ และอำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนในการเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา
  • iKnow: ระบบที่มีกระบวนการเรียนการสอนที่ใช้ Electronic อาจเป็นได้ทั้ง offline, online, server-based, web-based หรือ เครื่องที่ใช้ไฟฟ้าทุกชนิด เช่น เครื่องวิทยุ - เทป - ซีดีรอม - TV - computer และแม้กระทั่งผ่านระบบดาวเทียม ปัจจุบันเป็นที่เข้าใจว่า e-Learning หมายถึงการศึกษาระบบที่ใช้ Internet technology เป็นหลัก
  • Thailand Securities Institute (TSI): E เป็นอักษรย่อของคำว่า Electronics (อิเล็กทรอนิกส์) ซึ่งเมื่อรวมกับคำว่า Learning ที่แปลว่า การเรียนรู้ ก็จะได้คำจำกัดความของ E-Learning คือ ระบบหรือกระบวนการเรียนรู้ หรือการเรียนการสอน ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ วิดีโอ ซีดีรอม ระบบดาวเทียม ระบบ LAN และ Internet
  • ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์: การเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-เลิร์นนิ่ง (e-learning) หมายถึง การเรียนรู้บนฐานเทคโนโลยี (Technology-based learning) ซึ่งครอบคลุมวิธีการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ อาทิ การเรียนรู้บนคอมพิวเตอร์ (computer-based learning) การเรียนรู้บนเว็บ (web-based learning) ห้องเรียนเสมือนจริง (virtual classrooms) และความร่วมมือดิจิทั่ล (digital collaboration) เป็นต้น ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท อาทิ อินเทอร์เน็ต (internet) อินทราเน็ต (intranet) เอ็กซ์ทราเน็ต (extranet) การถ่ายทอดผ่านดาวเทียม (satellite broadcast) แถบบันทึกเสียงและวิดีทัศน์ (audio/video tape) โทรทัศน์ที่สามารถโต้ตอบกันได้ (interactive TV) และซีดีรอม (CD-ROM)
  • ดร.ไพฑูรย์ ศรีฟ้า: E-Learning คือ การเรียนการสอนทางไกลที่ใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านทาง World Wide Web ซึ่งผู้เรียนและผู้สอนใช้เป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ผู้เรียนสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลมากมายที่มีอยู่ทั่วโลกอย่างไร้ขอบเขตจำกัด ผู้เรียนสามารถทำกิจกรรมหรือแบบฝึกปฏิบัติต่างๆ แบบออนไลน์ โดยใช้เครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกอยู่ใน WWW เป็นการเรียนการสอนออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะไม่มีขีดจำกัดเรื่องระยะทาง เวลา และสถานที่ อีกทั้งยังสนองตอบต่อศักยภาพและความสามารถของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี
  • ดร.ชุณหพงศ์ ไทยอุปถัมภ์: การนำเอาเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยเข้ามาร่วมในการเรียนการสอน โดยผ่านทางอินเตอร์เน็ตและจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) ซึ่งจะเน้นให้มีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับสื่อ ผู้เรียนกับผู้สอน และผู้เรียนด้วยกันเป็นหลัก ทั้งยังส่งเสริม การเรียนรู้แบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เป็นระบบการเรียนการสอนที่ยืดหยุ่น ผู้เรียนสามารถควบคุมจังหวะการเรียนรู้ด้วยตัวเองเพื่อประสิทธิภาพในการเรียนรู้

นอกจากนี้ ผศ.ดร.ถนอมพร เลาหจรัสแสง ได้กล่าวถึงความหมายของ eLearning ไว้อย่างละเอียดชัดเจน ดังนี้:


“คำว่า E-Learning โดยทั่วๆ ไปจะครอบคลุมความหมายที่กว้างมาก กล่าวคือ จะหมายถึง การเรียนในลักษณะใดก็ได้ ซึ่งใช้การถ่ายทอดเนื้อหาผ่านทางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต เอ็กซทราเน็ต หรือ ทางสัญญาณโทรทัศน์ หรือ สัญญาณดาวเทียม (Satellite) ก็ได้ ซึ่งเนื้อหาสารสนเทศ อาจอยู่ในรูปแบบการเรียนที่เราคุ้นเคยกันมาพอสมควร เช่น คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer-Assisted Instruction) การสอนบนเว็บ (Web-Based Instruction) การเรียนออนไลน์ (On-line Learning) การเรียนทางไกลผ่านดาวเทียม หรือ อาจอยู่ในลักษณะที่ยังไม่ค่อยเป็นที่แพร่หลายนัก เช่น การเรียนจากวิดีทัศน์ตามอัธยาศัย (Video On-Demand) เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ในปัจจุบัน คนส่วนใหญ่เมื่อกล่าวถึง E-Learning จะหมายเฉพาะถึงการเรียนเนื้อหาหรือสารสนเทศ ซึ่งออกแบบมาสำหรับการสอนหรือการอบรม ซึ่งใช้เทคโนโลยีของเว็บ (Web Technology) ในการถ่ายทอดเนื้อหาและเทคโนโลยีระบบการจัดการคอร์ส (Course Management System) ในการบริหารจัดการงานสอนด้านต่างๆ โดยผู้เรียนที่เรียนจาก E-Learning นี้สามารถศึกษาเนื้อหาในลักษณะออนไลน์ และ/หรือ จากแผ่นซีดี-รอม ก็ได้ นอกจากนี้ เนื้อหาสารสนเทศของ E-Learning สามารถนำเสนอโดยอาศัยเทคโนโลยีมัลติมีเดีย (Multimedia Technology) และเทคโนโลยีเชิงโต้ตอบ (Interactive Technology)”

eLearning? e-Learning?
E-learning? E-Learning?

ในอดีต ย้อนกลับไปในปี 1998 มีเพียงคำว่า e-learning ซึ่งมีขีด hyphen เช่น SmartForce เป็น “บริษัท e-Learning” และ John Chambers แห่ง Cisco เผยแพร่ e-learning

ครั้นเมื่อ eLearning แพร่หลายเติบโตขึ้น บางท่านได้ตัดขีดทิ้งไป (ควบคู่ไปกับการใช้ตัวใหญ่กับตัวอักษร “L”) บริษัท Microsoft, SRI และ Internet Time Group ใช้ eLearn ลองใช้ search engine เช่น Google ค้นเว็บเพจ จะได้ผลลัพธ์ดังนี้:

วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ.2547 เมื่อใช้ Google สืบค้นหน้าเว็บ พบเว็บที่มีคำว่า elearning (ไม่มีขีด) จำนวน 105,000 หน้า และเว็บที่มีคำว่า e-learning (มีขีด) 525,000 หน้า ครั้นวันที่ 28 กรกฏาคม พ.ศ.2551 เมื่อลองสืบค้นหน้าเว็บจาก Google อีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ คำว่า elearning (ไม่มีขีด) พบว่ามีจำนวนเพิ่มมากถึง 17,100,000 หน้า ขณะที่การค้นคำว่า e-learning (มีขีด) มีถึง 59,800,000 หน้า จะเห็นได้ว่า ภายในระยะเวลาเพียง 4 ปี มีหน้าเว็บต่างๆ ที่กล่าวถึง eLearning และ e-Learning เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมกว่า 100 เท่าตัวทีเดียว และความนิยมในการใช้คำ e-Learning ที่มีขีดนั้นมีมากกว่า

สำหรับชีวิต กล่าวได้ว่า eLearning นั้นไม่มีที่สิ้นสุด มันคือการศึกษาต่อเนื่อง เป็นปริญญาหลักสูตรสี่สิบปี การเรียนรู้เป็นประจำทุกวัน งานกลายเป็นการเรียน การเรียนกลายเป็นงาน และไม่มีใครเลยที่เคยเรียนจบ

ความสามารถในการกระทำคือเป้าหมาย วัตถุประสงค์ก็คือ เพื่อให้มีความสามารถในเวลาที่น้อยที่สุด ด้วยการอบรมน้อยครั้งที่สุด ไม่ใช่มากที่สุด

อย่างไรก็ดี eLearning นั้นไม่ได้เหมาะกับทุกๆ คน เพราะบางคนก็ไม่ถนัด ไม่สามารถเรียนจากภายนอกห้องเรียนได้ แต่เมื่อเทียบกับการฝึกอบรมในห้องเรียน การเรียนแบบออนไลน์ก็มีประโยชน์อย่างยิ่ง ดังตารางต่อไปนี้

eLearning

การเรียนการสอนแบบใหม่นี้ ก่อนหน้าที่จะมีคำว่า eLearning มีผู้นิยามศัพท์ไว้หลายคำ เช่น eSchool, NetU, Virtual Classroom, E-Education และอื่นๆ ฯลฯ ที่สำคัญได้แก่ ปรามาจารย์ทางด้านการจัดการอย่าง Peter Drucker เขาได้เรียกนวัตกรรมนี้ว่า Webucation ลองอ่านบทความของเขาต่อไปนี้ เพื่อที่ท่านจะได้เข้าใจถึงความจำเป็นของ eLearning หรือที่ Drucker เรียกว่า Webucation


Webucation — การลงทุนที่เพิ่มขึ้นในอินเทอร์เน็ต


ผศ.ดร.นิป เอมรัฐ แปลจาก Putting More Now Into The Internet โดย Peter F. Drucker
ตีพิมพ์ในนิตยสาร Forbes ฉบับประจำวันที่ 15 พฤษภาคม 2000

โดยการจุดประกายจากอินเทอร์เน็ต การศึกษาผู้ใหญ่แบบต่อเนื่องอาจกลายเป็นอุตสาหกรรมที่เจริญเติบโตสูงสุดของเรา

Webucation
การศึกษาเป็นส่วนสำคัญหลักของผลิตภัณฑ์ประชาชาติเบื้องต้น (Gross National Product - GNP) ของสหรัฐอเมริกา ผมเชื่อว่า ขณะนี้ อเมริกาได้ใช้เงินประมาณหนึ่งล้านล้านเหรียญ ($1 trillion) ไปกับการศึกษาและการฝึกอบรม ตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้ให้กับสถาบันการศึกษาแบบเก่า ซึ่งปัจจุบันใช้เงินประมาณร้อยละ 10 ของ GNP (ร้อยละ 6 กับการศึกษาในระดับชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษา และร้อยละ 4 กับการศึกษาในระดับอุดมศึกษา) จำนวนเงินที่เพิ่มมากขึ้นนี้จะถูกใช้ไปในการศึกษาผู้ใหญ่แบบต่อเนื่อง

การส่งผ่านข้อมูลแบบออนไลน์ (Online Delivery) เป็นผู้จุดประกายให้แก่การเติบโตนี้ แต่ความต้องการการศึกษาตลอดชีวิตนั้น มีสาเหตุมาจากความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสังคม พูดง่ายๆก็คือ ประชาชนผู้ซึ่งได้รับการศึกษามาเป็นอย่างดีแล้ว อีกทั้งยังประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานอย่างมาก กลับมีความรู้สึกเพิ่มมากยิ่งขึ้นทุกทีว่า พวกเขากำลังไม่อาจรักษาสถานภาพที่ดีนี้ไว้ได้

ผมสอนนักบริหารธุรกิจระดับอาวุโสหลายท่านในหลักสูตรการจัดการชั้นสูงที่ Claremont Graduate School ชั้นเรียนส่วนใหญ่ประกอบด้วยทั้งชายหญิงในวัยประมาณสี่สิบเศษ ซึ่งถูกเลือกส่งให้เข้าเรียนโดยบริษัทของพวกเขาเอง เขากลับเข้าชั้นเรียนอีกครั้ง เพราะต้องการวิธีใหม่ๆในการมองดูสิ่งต่างๆซึ่งอยู่นอกเหนือจากความสามารถที่พวกเขามี เขาต้องการเรียนรู้ที่จะมองดูสิ่งต่างๆเป็นองค์รวม ไม่แยกส่วน หลายท่านมาที่นี่เพื่อไตร่ตรองถึงประสบการณ์ของเขาเอง มองดูตนเองในมุมมองที่กว้างขึ้น พวกเขาจำต้องมีสิ่งนี้ เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ทำให้ต้องรู้สึกพิศวงงงงวย

พวกที่เป็นวิศวกรบอกกับผมว่า เขาต้องการหลักสูตรเพื่อฟื้นความรู้ใหม่ในเรื่องที่พวกเขาสนใจเป็นพิเศษ อย่างน้อยก็ทุกๆปีเว้นปี นอกจากนี้ ยังต้องการ - พวกเขาใช้คำว่า - “การอาบซ้ำความรู้” (Reimmersion) ในเรื่องพื้นฐานต่างๆ ทุกสี่ปีเป็นอย่างน้อย ผู้ปฏิบัติงานที่มีความรู้ในสาขาอื่นๆอีกจำนวนนับล้านคนก็มีความต้องการที่ไม่แตกต่างกัน ตลาดสำหรับการศึกษาต่อเนื่องนั้นได้เติบโตขึ้น และมีขนาดใหญ่กว่าที่คนส่วนมากคิด ผมคะเนว่า ในอเมริกาตอนนี้ มันมีค่าราวร้อยละ 6 ของ GNP และจะมีค่าใกล้เคียงกันในเวลาไม่นานนับจากนี้ ในประเทศที่พัฒนาแล้วชาติอื่นๆ กล่าวได้ว่า ตลาดนี้กำลังเติบโตขึ้นมาก

ทำไมจึงเกิดการระเบิดขึ้นของอุปสงค์นี้? เราทุกคนดำเนินชีวิตอยู่ในระบบเศรษฐกิจที่ซึ่งความรู้ถูกจัดให้เป็นทรัพยากรที่มีค่าสูงสุด หาใช่ตึกอาคารหรือเครื่องจักรกลไม่ เราอยู่ในที่ซึ่งผู้ปฏิบัติงานที่มีความรู้ (Knowledge-Workers) จัดเป็นแรงงานกลุ่มใหญ่ที่สุดของประเทศ ก่อนศตวรรษที่ 20 ผู้ปฏิบัติงานส่วนใหญ่เป็นคนงานที่ต้องใช้กำลัง (Manual Workers) ปัจจุบันนี้ ในอเมริกา มีเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น ที่ทำงานใช้แรง ส่วนที่เหลือเกือบครึ่ง คือร้อยละ 40 ของแรงงานทั้งหมดของเรา เป็นผู้ปฏิบัติงานที่มีความรู้ ในประเทศที่พัฒนาแล้วประเทศอื่นๆ ก็มีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันนี้

ผู้ปฏิบัติงานจำต้องแสวงหาทักษะความชำนิชำนาญ (Skills) แต่ความรู้ (Knowledge) นั้นต่างจากทักษะ ทักษะเปลี่ยนแปลงช้ามาก หากโซเครติส (Socrates) ได้มาอยู่ในโลกปัจจุบันและกลับมาประกอบอาชีพเป็นช่างก่อหินอีกครั้งหนึ่ง เขาจะยังคงรู้จักเครื่องมือทุกๆชิ้น และจะรู้ถึงวิธีใช้มัน งานที่เขาทำเสร็จก็จะใช้ได้ดี เหมาะกับสภาพปัจจุบัน แม้ว่าเขาจะทำมันขึ้นมาจากทักษะสำหรับการดำเนินชีวิตเมื่อ 2,400 ปีก่อน ในภาษาดัช ดรัคเกอร์ (Drucker) แปลว่า ช่างพิมพ์ บรรพบุรุษชาวฮอลันดาของผมประกอบธุรกิจร้านขายรูปภาพพิมพ์อยู่ในเมืองแอมซเทอะแด็มตั้งแต่ปี 1517 จนถึงปี 1730 ในช่วงเวลานับร้อยปีนั้น ไม่มีพวกเขาคนใดเลยที่ต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ในการพิมพ์ และมันเป็นเช่นเดียวกันในเกือบทุกๆอุตสาหกรรม อย่างในการตัดเย็บเครื่องแต่งตัว ก็ไม่มีความต้องการในทักษะใหม่ๆใดๆเลยตั้งแต่เมื่อครั้งที่ชาวฮังการีประดิษฐ์รังดุมขึ้นในศตวรรษที่ 11

ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ผู้ปฏิบัติงานที่มีทักษะล้วนได้เรียนรู้ถึงสิ่งต่างๆที่พวกเขาจำเป็นต้องรู้ เสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่เมื่อพวกเขาเสร็จสิ้นการฝึกหัดในวัย 18 หรือ 19 ปี แต่มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นกับผู้ปฏิบัติงานที่มีความรู้ในยุคปัจจุบัน แพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมในห้องทดลองอายุรเวช ช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ ทนายความ และผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ แทบไม่สามารถติดตามพัฒนาการต่างๆที่เกิดขึ้นในวงความรู้ของพวกเขา นี่คือสาเหตุที่ทำให้ สมาคมวิชาชีพจำนวนมากพิจารณาให้การศึกษาต่อเนื่องเป็นเรื่องที่สำคัญในลำดับต้นๆ การพัฒนาให้มีความรู้ทันกับยุคสมัยและการมองโลกทั้งใบเป็นเรื่องสำคัญน้อยในวันเวลาที่มีการจ้างงานแบบตลอดชีพ เมื่อคนหนุ่มสาวเข้าทำงานที่ Metropolitan Life หรือ บริษัทโทรศัพท์ขนาดใหญ่ หรือ General Motors หรือ Royal Dutch/Shell หรือ Mitsubishi พวกเขามักคาดหวังว่าจะอยู่ทำงานที่นั่นจนเกษียณ นึกเอาว่าบริษัทจะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิตการทำงานของตน แต่แท้ที่จริงแล้ว มีบริษัทเพียงจำนวนน้อยที่ยังคงประสพความสำเร็จได้เกินกว่ายี่สิบถึงสามสิบปี ช่วงอายุขององค์กรกำลังสั้นลงทุกที และไม่ใช่แต่ในอุตสาหกรรมจำพวกที่ตกต่ำลงเท่านั้น ในปี 1990 บริษัท Digital Equipment จัดเป็นบริษัทใหญ่ที่สุดอันดับสองของวงการอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ เพียงสิบปีต่อมา มันกลับไม่สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ ตอนช่วงต้นทศวรรษปี 1980s ไม่มีใครที่จะประสบความสำเร็จไปมากกว่า IBM แต่ครั้นพอถึงช่วงทศวรรษปี 1990s บริษัทกลับต้องปลดพนักงานออกมากกว่า 100,000 ตำแหน่ง แล้วนี่ ยังมีใครที่พอจะจำอุตสาหกรรมรถยนต์ของอังกฤษที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่ได้บ้าง?

จากการที่บริษัทยักษ์ใหญ่ม้วนเสื่อจากการผลิต มาสนับสนุนการจ้างให้บริษัทอื่นทำการผลิตแทน การปลดคนออกก็ยิ่งมีมากขึ้น นับจากนี้ไป คนหนุ่มสาวที่เข้าเป็นแรงงานในปี 2000 ผู้ซึ่งอาจมีชีวิตการทำงานได้สัก 50 ปีนั้น มีความคาดหมายได้เพียงเล็กน้อยหรือแทบไม่มีหนทางเอาเลยในการทำงานให้กับบริษัทเพียงบริษัทเดียว แม้เพียงเวลาสักสิบปีก็ยังยาก ในยุคนี้ ผู้คนต้องรับผิดชอบต่ออนาคตของพวกเขาเอง เขาไม่อาจหวังแต่เพียงการเลื่อนตำแหน่งขึ้นไปตามสายบังคับบัญชาเท่านั้น

สิ่งที่ดีอย่างยิ่งเกี่ยวกับความรู้ก็คือ มันเคลื่อนที่และถ่ายโอนได้ ความรู้เป็นของท่าน ไม่ใช่ของนายจ้างของท่านหรือของรัฐ และในวันนี้ มันขายได้ราคาดีเสียด้วย

ด้วยการมีตลาดที่มีศักยภาพสำหรับการศึกษาผู้ใหญ่แบบต่อเนื่อง มันจึงมีขนาดอย่างน้อยร้อยละ 40 ของแรงงานของประเทศที่พัฒนาแล้ว สถานศึกษาที่มีอยู่ตามปกตินั้นไม่พอเพียงอีกต่อไป สถาบันเหล่านั้นแพงเกินไป และมีไม่มากพอต่อความต้องการ ในมลรัฐแคลิฟอเนียตอนใต้ที่ๆผมสอน การจราจรติดขัดมาก ผู้ที่มีครอบครัวแล้วและต้องทำงานเต็มวัน ลำบากเกินกว่าที่จะเดินทางไปเรียนยังสถาบันการศึกษาแบบดั้งเดิมได้ พวกเขาต้องการวิธีที่ยืดหยุ่นและเข้าถึงได้ในการเรียนรู้

ในขณะนี้ มีวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยหลายแห่งได้ใส่ครูและหลักสูตรที่ดีที่สุดของพวกเขาไว้ในอินเทอร์เน็ต ผมเองก็เพิ่งจะสร้างโปรแกรมการสอนขึ้นสิบโปรแกรมทำการตลาดบนเว็บโดย Corpedia นักศึกษาสามารถเข้าถึงสื่อชนิดนี้ได้จากบ้านในเวลาว่างที่พวกเขาสะดวก ไม่เช่นนั้น เราก็อาจแปลงบทเรียนเป็นข้อมูลดิจิทัล แล้วส่งไปยังศูนย์การเรียนผ่านดาวเทียม ที่นักศึกษากลุ่มเล็กๆสามารถมาพบปะกันหลังเลิกงาน

ลองหลับตานึกถึงความสามารถที่ซ่อนอยู่ของการเรียนแบบออนไลน์สำหรับประเทศยากจน ที่จะกระโดดขึ้นจากสภาพเช่นนั้นไปตามบันไดแห่งการพัฒนา สมมุติว่า นักการเมืองในประเทศนั้นไม่ได้พยายามที่จะควบคุมเนื้อหาของอินเทอร์เน็ตและระบบการส่งผ่านข้อมูล ประชาชนในประเทศที่กำลังพัฒนา จะสามารถใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อเข้าถึงมันสมองที่ดีที่สุดของโลกที่พัฒนาแล้ว และเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อสร้างตึกเรียนและคณะทำงานจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ชายหนุ่มหญิงสาวที่มีมันสมองดีและมีความทะเยอทะยานของประเทศที่กำลังพัฒนา จะได้รับการศึกษาอย่างดีชั้นหนึ่งโดยไม่จำเป็นต้องจากบ้านเกิดเมืองนอน ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาสมองไหลอันเป็นการขยายช่องว่างระหว่างประเทศที่ร่ำรวยและประเทศที่ยากจนให้กว้างยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การสอนแบบออนไลน์นี้มีข้อดีไม่เพียงแต่ในเรื่องประสิทธิภาพด้านเวลาและค่าใช้จ่ายเท่านั้น มันยังยืดหยุ่นกว่าชั้นเรียนปกติที่เมื่อผู้เรียนไม่เข้าใจใจความสำคัญของบทเรียนในการเรียนครั้งเดียว ก็สามารถดูสื่อนั้นซ้ำได้ (Replay) ปฏิสัมพันธ์ (Interactivity) ของการศึกษาแบบออนไลน์ การผสมกลมกลืนกันของกราฟิกและรูปภาพเข้ากับคำบรรยาย ทำให้มันได้เปรียบห้องเรียนแบบปกติ ด้วยความสามารถในการโต้ตอบของอินเทอร์เน็ต ทำให้เราได้ผลของอัตราส่วนระหว่างครูกับผู้เรียนเท่ากับหนึ่งต่อหนึ่ง ไม่ว่าจะอยู่ ณ ประเทศใด เราสามารถจัดตั้งห้องพูดคุย (Chat Room) และกลุ่มของผู้เรียนขึ้นได้โดยง่าย เพื่อสนทนาโต้ตอบถึงวิธีการที่ดีที่สุดในการนำความคิดที่ได้จากแหล่งต่างๆทั่วโลก มาใช้กับธุรกิจในระดับท้องถิ่น หรือองค์กรสาธารณสุข หรือองค์กรอื่นๆ กล่าวย่อๆก็คือ ในที่สุด เราก็ได้มาซึ่งวิธีการที่จะส่งเสริมผลิตผลในการศึกษาให้ดีขึ้น จากประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา การศึกษาต่อเนื่องแบบออนไลน์แบบใหม่ของผู้ที่ได้รับการศึกษาดีแล้วนี้ จะไม่มาแทนที่การศึกษาแบบดั้งเดิม โดยปกติ ช่องทางใหม่ของการจัดจำหน่ายจะเป็นการเพิ่มและเป็นส่วนเติมเต็มให้สมบูรณ์ขึ้น มากกว่าที่จะเข้ามาแทนที่ช่องทางเดิม ดูกรณีของโทรทัศน์เป็นตัวอย่าง มันไม่ได้ทำให้วิทยุ หรือหนังสือวารสาร หรือหนังสือเล่มสูญหายไป โทรทัศน์เมื่อครั้งที่ยังเป็นสื่อใหม่นั้น เกิดขึ้นพร้อมกับความนิยมของผู้ใช้จำนวนมาก แต่ทว่าสื่ออื่นๆ ก็ยังคงเติบโตต่อไปและแพร่หลายมากยิ่งขึ้นเช่นเดียวกัน

การศึกษาต่อเนื่องแบบออนไลน์กำลังสร้างขอบเขตทางการศึกษาใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม และมันก็เป็นอนาคตของการศึกษา มีตลาดผู้ซื้อจากทั่วโลกอยู่ที่นี่ ซึ่งมีมูลค่านับแสนล้านดอลลาร์

หมายเหตุ:

Peter Ferdinand Drucker เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 1909 ณ กรุงเวียนนา เขาเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายออสเตรีย เป็นผู้ให้คำปรึกษาด้านการจัดการ ครู และนักเขียน เจ้าของงานเขียนแนวจารีตนิยมสำหรับบริษัทธุรกิจสมัยใหม่ ดรัคเกอร์ได้รับปริญญาเอกด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยฟแรคเฟิท (University of Frankfurt) และทำงานเป็นนักหนังสือพิมพ์อยู่ในประเทศเยอรมัน ก่อนที่จะหนีไปยังประเทศอังกฤษในปี 1933 หลังจากการขึ้นสู่อำนาจของอด็อลฟ ฮีทเลอร์ (Adolf Hitler) เขาทำงานอยู่ในอังกฤษจนถึงปี 1937 จึงย้ายไปยังประเทศสหรัฐ เพื่อเป็นที่ปรึกษาให้แก่ธนาคารบรีทิฌ (British Bank) เขาทำธุรกิจที่นั่น และเป็นผู้สื่อข่าวต่างประเทศให้กับหนังสือพิมพ์ของอังกฤษหลายฉบับ เขาแปลงสัญชาติเป็นอเมริกันและเป็นศาสตราจารย์คณะการจัดการที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ค ตั้งแต่ปี 1950 ถึง 1972 และได้รับชื่อเสียงว่ามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาความรู้ด้านการจัดการ

ผู้สังเกตการณ์บางท่านแบ่งหนังสือและบทความจำนวนมากของดรัคเกอร์ออกเป็นสี่ประเภท งานในช่วงต้นของเขา เช่น The End of Economic Man (1939) และ The New Society (1950) พูดถึงธรรมชาติของสังคมในทางอุตสาหกรรม หนังสือประเภทที่สอง ประกอบด้วย The Concept of the Corporation (1946) และ The Practice of Management (1954) อธิบายความคิดทั่วไปเกี่ยวกับการจัดการธุรกิจสมัยใหม่ สาม งานช่วงต่อมา ประกอบด้วย America’s Next Twenty Years (1957) และ Technology, Management and Society (1970) ให้การคาดเดาถึงผลกระทบในอนาคตของการพัฒนาในฐานะที่เป็นความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และสุดท้าย มีงานเขียนที่กล่าวถึงปัญหาของการจัดการเกี่ยวกับบริษัทในแง่ที่เป็นไปได้ในสภาพอันแท้จริง ที่เด่นก็มี Management in Turbulent Times (1980) และ The Changing World of the Executive (1982; รวมบทความ) งานเขียนเล่มล่าสุดของเขาคือ Management Challenges for the 21st Century ซึ่งเขาเขียนขึ้นเมื่อปี 1999 นี้เอง ในขณะที่มีอายุได้เกือบ 90 ปี

ดรัคเกอร์ เป็นผู้บัญญัติศัพท์คำว่า “Webucation” (ผนวกคำว่า Web Technology เข้ากับ Education) เพื่อใช้เรียกการศึกษาต่อเนื่องแบบออนไลน์ซึ่งจัดเป็นนวัตกรรมชั้นสูงใหม่ล่าสุดของการศึกษา นอกจากคำว่า Webucation ยังมีผู้เรียกนวัตกรรมนี้ในชื่ออื่นๆอีกหลายชื่อ เช่น eLearning, eSchool, NetU, Virtual Classroom, E-Education และอื่นๆ กรุณาดูข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมการสอนออนไลน์ของดรัคเกอร์ได้ที่ Corpedia

Authorware

Adobe Authorware เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนา CAI มันถือกำเนิดขึ้นจากห้องทดลองวิจัยและพัฒนาเพลโท (PLATO R&D labs) ที่บริษัท Control data ผู้ที่สร้างมันขึ้นมาคือ Michael W. Allen โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้มันเป็นเครื่องมือแก้ไขปัญหาในเรื่องของต้นทุนการใช้เงิน เวลา และทรัพยากรมนุษย์มากเกินความจำเป็น ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีความสามารถในการโต้ตอบกับผู้ใช้ เป็นการลดค่าใช้จ่าย เพื่อให้คนทั่วไปสามารถถ่ายทอดทักษะ ความรู้ความเข้าใจของพวกเขาจากซอฟต์แวร์ที่สร้าง ไปสู่บุคคลอื่นที่ปรารถนาที่จะเรียนรู้

Authorware 7
ปัจจุบัน Authorware ถูกพัฒนามาถึงรุ่นที่ 7 ซึ่งมีคุณลักษณะเด่นดังนี้…

“สร้างสรรค์ทุกสิ่งทุกอย่าง จาก Web-based tutorials ไปจนถึง simulations อันซับซ้อน รวมเสียงเข้ากับวิดีโอด้วย Macromedia Authorware ซึ่งเป็นทางออกในการสร้างสรรค์สื่อสำหรับ eLearning ส่งผ่านแอพลิเคชันของท่านบนเว็บ เครือข่ายของหน่วยงาน หรือ CD-ROM ติดตามผลการเรียนของผู้เรียนได้ง่าย และให้ผลตอบแทนคุ้มค่าการลงทุน”

Authorware จัดเป็นเครื่องมือนิพนธ์ (Authoring tool) เครื่องมือนิพนธ์ หมายถึงโปรแกรมประยุกต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างงานมัลติมีเดีย ในการใช้มัน คุณไม่จำเป็นต้องเชี่ยวชาญในเรื่องศิลปะของการโปรแกรมแบบเก่า เครื่องมือนิพนธ์มักพึ่งพาอาศัยไอคอนหรือวัตถุ (objects) แทนฟังค์ชันหนึ่งๆ เช่น การแสดงข้อความและภาพ การเล่นเสียง หรือการสร้างการโต้ตอบ

Icon Palette
ถาดไอคอน ไอคอนต่างๆ และหน้าที่ของมัน

Authorware เป็นโปรแกรมการพัฒนาที่ใช้ ไอคอนเป็นพื้นฐาน (icon-based) มันมีสมรรถภาพสูง ทำให้ทุกคน ทั้งครู นักเรียนนักศึกษา ศิลปิน ผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชา และโปรแกรมเมอร์สามารถพัฒนาผลงานมัลติมีเดียที่ซับซ้อนและยุ่งยากได้

Intuitive Flowline
เส้นฟโลและไอคอนต่างๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นบทเรียน

การสร้างงานด้วย Authorware อาจพิจารณาออกเป็นขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ (1) ลากไอคอนจากถาด (icon palette) ไปวางบนเส้นฟโล (flowline) (2) ตั้งชื่อไอคอน (3) กำหนดการทำงาน (set up) ของไอคอน (4) วางไอคอนเพิ่มลงไปบนเส้นฟโล

Authorware แตกต่างไปจากเครื่องมือพัฒนาอื่นๆ คุณไม่จำเป็นต้องรู้ลักษณะเฉพาะทั้งหมดของมันเพื่อเป็นผู้สร้างสรรค์งาน Authorware ที่มีความสามารถ (เพราะแทบไม่มีใครรู้ทั้งหมด) ด้วยความรู้แม้เพียงเล็กน้อย คุณก็สามารถสร้างการโต้ตอบที่จะท้าทายเกือบทุกๆภาษาคอมพิวเตอร์ที่จะโปรแกรมมันออกมา และในขณะที่คุณขัดเกลางานของคุณ คุณก็จะเรียนรู้มากขึ้นเรื่อยๆ ถึงสิ่งที่ Authorware สามารถทำให้คุณได้

อย่างไรก็ตาม อย่าเพียงแต่เรียนรู้ถึงคุณสมบัติความสามารถของ Authorware เท่านั้น คุณควรให้ความสนใจกับกระบวนการในการออกแบบ (process of design) ด้วย สร้างงานต้นแบบ (prototypes) เสียก่อน อย่าทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ (อย่างที่คุณอยากจะทำ) ก่อนที่จะนำมันออกแสดงให้คนอื่นๆเห็น ถามถึงความคิดเห็น (feedback) เกี่ยวกับงานต้นแบบของคุณ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณกำลังอยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง ความคิดเห็นบางประการจะเป็นประโยชน์มาก คุณจะดีใจ ที่ไม่ได้ทำงานมากไปกว่านั้นในงานต้นแบบแรกของคุณ หากคุณเคยชินกับนิสัยในการสร้างต้นแบบ ผลที่คุณจะได้รับก็คือ การพัฒนาแอพพลิเคชันที่ประสพความสำเร็จและง่ายต่อการใช้งาน คุณจะประหยัดเวลาและเงินได้มากกว่าการออกแบบและวิธีการพัฒนาแบบเก่าอย่างที่คุณจะประหลาดใจ

มีหนังสือเกี่ยวกับ Authorware ถูกจัดพิมพ์ออกมาหลายเล่ม ท่านที่สนใจศึกษาการใช้งานสามารถหาอ่านได้ไม่ยาก สำหรับเว็บไซท์นี้ จะให้ข้อมูลเชิงอ้างอิง พยายามนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมในสิ่งที่ไม่มีในหนังสือ และเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนความรู้ผ่านทาง forum เพื่อแสวงหาคำตอบให้แก่คำถามที่เราสงสัย

อนึ่ง แม้ว่า Authorware จะเป็นซอฟต์แวร์ที่มีผู้นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2550 ก็ได้เกิดข่าวใหญ่ เมื่อบริษัท Adobe ได้ ประกาศยุติการพัฒนา Authorware (Authorware end-of-development (EOD)) ยังผลกระทบต่อบริษัทใหญ่ๆ จำนวนมากทั่วโลก รวมถึงนักพัฒนามัลติมีเดีย มีการแนะนำให้นักพัฒนาเปลี่ยนมาใช้เครื่องมืออื่นๆ เช่น Acrobat Professional, Presenter, Connect, Captivate, Director, Dreamweaver, Flash และ Flex ฯลฯ ทั้งนี้ นักพัฒนาไม่ควรพึ่งพาเครื่องมือหรือซอฟแวร์ตัวใดตัวหนึ่งเพียงตัวเดียว การเลือกใช้เครื่องมือใดนั้น ย่อมขึ้นกับความต้องการในการออกแบบ และประสิทธิภาพของเครื่องมือนั้นๆ เอง (กรุณาอ่านเพิ่มเติม: Review of Authorware: End-Of-Life Discussions, and Future Work by Tom King)

Guestbook


Links

CAI และ eLearning

ชุมชน

คลังสื่อการศึกษา

สืบค้นวิทยานิพนธ์/บทความ

Protected: My Notebook

This post is password protected. To view it please enter your password below:


This post is password protected. Enter the password to view comments.

Documents

อ่านไฟล์ PDF PDF file ไม่ได้? –> ดาวน์โหลด Foxit Reader 2.3 (2.92 MB)


วิทยานิพนธ์ ปริญญานิพนธ์ และงานวิจัย (full text)

รายงานการวิจัย / Articles

วิทยานิพนธ์ฉบับย่อและบทความวิจัยคอมพิวเตอร์ช่วยสอนจากการสืบค้น

คอมพิวเตอร์ช่วยสอน / มัลติมีเดีย

eLearning

Adobe Captivate

Adobe Authorware

What’s New

  • 28/08/08 - เพิ่ม การพัฒนา Web-based Courseware ด้วย Adobe Captivate โดย บุญเลิศ อรุณพิบูลย์ ในหน้า Document
  • 25/08/08 - เพิ่ม acsScreenRes ในหน้า Download
  • 21/08/08 - เพิ่ม CAI พอลิเมอร์ ในหน้า Download
  • 21/08/08 - เพิ่ม CAI อินเตอร์เน็ต (Internet) ในหน้า Download
  • 20/08/08 - สร้างหน้า Shared Files สำหรับเผยแพร่ผลงาน CAI และส่งไฟล์ตัวอย่าง
  • 19/08/08 - เพิ่ม การสร้างแบบทดสอบ ในหน้า Captivate
  • 18/08/08 - เพิ่ม เอกสารประกอบการสอน รายวิชาคอมพิวเตอร์ช่วยสอน โดย ศิริชัย นามบุรี ในหน้า Document
  • 18/08/08 - เพิ่ม การวิจัยเชิงทดลองหาประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของการเรียนการสอนด้วยระบบอีเลิร์นนิ่ง (e-Learning) โดย ศิริชัย นามบุรี ในหน้า Document
  • 18/08/08 - เพิ่ม แนวทางการประเมินจริยธรรมที่สนับสนุนความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรียนในระบบ e-Learning โดย ศิริชัย นามบุรี ในหน้า Document
  • 18/08/08 - เพิ่ม Effect of Computer-Assisted Instruction Versus Traditional Modes of Instruction on Student Learning of Musculoskeletal Special Tests ในหน้า Document
  • 18/08/08 - เพิ่ม Web-Based and Computer-Assisted Instruction in Physical Therapist Education ในหน้า Document
  • 14/08/08 - เพิ่ม การสร้างปฏิสัมพันธ์ (interactivity) ในหน้า Captivate
  • 14/08/08 - เพิ่ม Rich Media ในหน้า Captivate
  • 14/08/08 - ลบหน้า Forum
  • 11/08/08 - เพิ่ม เกมภาษาไทย II โดย ครู_เผย ในหน้า Download
  • 11/08/08 - เพิ่มโปรแกรม AniRez ในหน้า Download
  • 05/08/08 - เพิ่ม การสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมัลติมีเดีย เรื่อง ความรู้เบื้องต้นในการออกแบบตกแต่งภายในห้องประชุม โดย วรพจน์ รุจิภัทรมงคล ในหน้า Document
  • 05/08/08 - เพิ่ม การพัฒนาและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนด้วยสถานการณ์จำลอง เรื่องการถ่ายภาพเคลื่อนไหว วิชาการถ่ายภาพทางการศึกษา โดยวิธีเทคนิคพิเศษ โดย วีระเชษฐ์ มะแซ ในหน้า Document
  • 05/08/08 - เพิ่ม The Effects of an Interactive Computerized Multimedia Tutorial on Knowledge gain in Modular Fixturing Design Concepts โดย Veekit O’Charoen ในหน้า Document
  • 05/08/08 - เพิ่ม ดาวน์โหลด Foxit Reader 2.3 ในหน้า Document
  • 05/08/08 - สร้างหน้า Captivate
  • 04/08/08 - เพิ่ม การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่อง แสงและสี โดย รศ.ลัดดา ศุขปรีดี ในหน้า Document
  • 04/08/08 - เพิ่ม การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนบนอินเตอร์เน็ต เรื่องฐานข้อมูลเบื้องต้น โดย นงเยาว์ เอี่ยมภาคีนิวัฒน์ ในหน้า Document
  • 02/08/08 - เพิ่ม CAI เรื่อง เรารักการอ่าน โดย นางสุดารัตน์ รัตนแสงศรี ในหน้า Download
  • 02/08/08 - เพิ่ม หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ลักษณะมัลติมีเดีย โดยกลุ่มผลิตสื่อและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ในหน้า Link
  • 02/08/08 - เพิ่ม E-Learning ในประเทศไทย โดย บุญเลิศ อรุณพิบูลย์ ในหน้า Document
  • 01/08/08 - ใส่ภาพถาดไอคอนในหน้า Authorware

Glossary

Asynchronous Learning – สถานการณ์การเรียนรู้ใดๆที่ปฏิสัมพันธ์ถูกหน่วงเวลาออกไป ยังประโยชน์ให้ผู้เรียนสามารถร่วมกิจกรรมการเรียนได้ตามเวลาว่างของพวกเขา และไม่จำเป็นต้องอยู่ ณ สถานที่เดียวกับครูผู้สอน อาจอยู่ในรูปแบบของ correspondence course หรือ eLearning ปฏิสัมพันธ์การโต้ตอบกันอาจใช้เทคโนโลยีได้หลากหลายรูปแบบ เช่น กระดานสนทนา

Chat — การสื่อสารด้วยตัวอักษรระหว่างสมาชิกของบริการ online ข้อความจะถูกส่งถึงกันระหว่างสมาชิกในแบบ real-time เสมือนเป็นการสนทนา โดยใช้การพิมพ์ด้วยถ้อยคำสั้นๆ

cLearning หรือ c-Learning — Classroom learning การเรียนในห้องเรียน เคยเป็นเพียง “learning” แต่ขณะนี้ เราจำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่าง cLearning กับ eLearning

Computer-Assisted Instruction (CAI) — การสอนโดยมีคอมพิวเตอร์เป็นสื่อ มักถูกใช้เพื่ออ้างอิงถึงการฝึกหัดและฝึกฝน สอนพิเศษ หรือกิจกรรมการจำลองสถานการณ์ที่นำเสนอโดยตัวมันเอง หรือนำเสนอเป็นส่วนเสริมให้กับการสอนแบบปกติที่สอนโดยครู

Computer-Based Training (CBT) – การฝึกอบรมหรือการสอนโดยมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นผู้สร้างแรงจูงใจและ feedback แทนที่จะเป็นครูผู้สอนจริงๆ CBT อาจอยู่ในรูปของ CD-ROM, LAN หรืออินเทอร์เน็ต การสร้าง กระทำโดยกลุ่มบุคคลรวมถึงนักออกแบบการสอน (instructional designers) และมักจะมีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาสูง

Correspondence Course - หลักสูตรทางไกลเรียนโดยใช้จดหมายสำหรับการโต้ตอบและเพื่อส่งงานที่ได้รับมอบหมาย ชั้นเรียนทางไปรษณีย์แบบนี้ได้รับความนิยมมากในช่วงระหว่างปี 1890’s

Courseware - โปรแกรมซอฟต์แวร์ทางการศึกษาหรือทางการสอนทุกชนิด

Discussion Boards - สถานที่ประชุมบนอินเทอร์เน็ตหรืออินทราเน็ต ที่ซึ่งผู้ใช้สามารถทิ้งข้อความไว้ให้ผู้ใช้คนอื่นๆได้อ่าน

Distance Education – กระบวนการอย่างเป็นทางการของ distance learning คำนี้มีนัยตามประเพณีหมายถึงระดับการศึกษาชั้นสูง คืออุดมศึกษา

Distance Learning – การเรียนซึ่งผู้สอนและผู้เรียนไม่ได้อยู่ณ สถานที่เดียวกัน อาจเป็น synchronous หรือ asynchronous อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ อาจประกอบด้วย correspondence วิดีโอ หรือการถ่ายทอดผ่านดาวเทียม หรือ eLearning มักใช้กับการศึกษาระดับอุดมศึกษา

Distance Training - การอ้างอิงถึง distance learning สำหรับระดับบริษัทหรืออาชีพ ปกติมักหมายถึง distributed learning, WBT หรือ eLearning

Distributed LearningDistance learning ที่นำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ประโยชน์ รวมเอา distance learning เกือบทุกประเภทเข้าไว้ นอกจากเอกสารธรรมดา (คล้ายคลึงมากกับ eLearning)

eLearning หรือ e-Learning – การเรียนใดๆที่ใช้ประโยชน์จากเครือข่าย (LAN, WAN หรืออินเทอร์เน็ต) เพื่อการนำส่ง (delivery) การมีปฏิสัมพันธ์ (interaction) หรือเพื่อความสะดวก นี่หมายรวมถึง distributed learning, distance learning (ที่ไม่ใช่ correspondence) CBT ที่ส่งผ่านเครือข่าย และ WBT อาจอยู่ในรูปของ synchronous, asynchronous, instructor-led หรือ computer-based หรือการผสมผสานกัน

eLearner หรือ e-Learner – ผู้เรียนที่เรียนในโปรแกรมหรือหลักสูตร eLearning

Email หรือ E-mail (Electronic Mail) – ข้อความที่ส่งจากผู้ใช้คอมพิวเตอร์คนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง

eTraining หรือ e-Training – ดู TBT

Face-To-Face (F2F) – ใช้บรรยายถึงสภาพแวดล้อมในห้องเรียนแบบเก่า ดู ILT เพิ่มเติม

Frequently Asked Questions (FAQ) – ไฟล์ที่สร้างให้แก่กลุ่มสนทนาสาธารณะ มีคำถามและคำตอบซึ่งผู้ใช้มือใหม่มักจะสอบถามถึง

Informal/Formal Learning – Formal learning คือชั้นเรียน การสัมมนา หลักสูตรการเรียนรู้ด้วยตนเอง – ทุกคนรู้จักมันในฐานะของ “การศึกษาเล่าเรียน” Informal learning คือนั่งอยู่บนเครื่องทำน้ำเย็น ที่เกมหมากรุก การขอความช่วยเหลือจากคนในห้องข้างๆ การร่วมด้วยช่วยกันแก้ปัญหา การจ้องมองดูผู้เชี่ยวชาญ หรือการแบ่งปันคอมพิวเตอร์ในการเรียน eLearning

Instructional Design – วิธีระบบ (systems approach) ในการออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้

Instructor-Led Training (ILT) – การเรียนซึ่งดำเนินการโดยผู้สอน และเกิดขึ้นในทำเลที่ตั้งที่มีอยู่จริง หรือนำส่งผ่านทางเครือข่าย ( WBT, eLearning) ปกติ แสดงนัยถึงระดับอาชีพ หรือบริษัท และ synchronous learning

Internet-Based Training – การส่งเนื้อหาทางการศึกษาผ่านเว็บบราวเซอร์ บนอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต หรือเอ็กซทราเน็ต Internet-based training จัดเตรียมการเชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลการเรียนที่อยู่ภายนอกหลักสูตร เช่น เอกสารอ้างอิง, email, discussion boards และ discussion groups มันสร้างข้อได้เปรียบของ computer-based training ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งข้อได้เปรียบของ instructor-led training คำ Internet-based training นี้ มีความหมายเหมือนกันกับ Web-based training และ online training

Just-In-Time – ลักษณะพิเศษของ eLearning ที่ผู้เรียนสามารถเข้าถึงสารสนเทศที่ต้องการ ได้พอดีกับเวลาที่พวกเขาต้องการมัน

Knowledge Management – การจับ การรวบรวม และการจัดเก็บความรู้และประสบการณ์ของพนักงานแต่ละคนและกลุ่มพนักงานภายในองค์กร แล้วทำให้มันพร้อมสำหรับคนอื่นๆในองค์กร ที่จะนำไปใช้ได้ สารสนเทศดังกล่าวจะถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูลพิเศษเรียกว่า knowledge base

Local-Area Network (LAN) – คอมพิวเตอร์กลุ่มหนึ่งและอุปกรณ์อื่นๆ เช่น เครื่องพิมพ์ หรือ servers ตั้งอยู่อย่างสัมพันธ์กันในพื้นที่จำกัดแห่งหนึ่ง เช่น สำนักงาน และสามารถติดต่อสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน

Learner-Centric – ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ รวบรวมสิ่งต่างๆเพื่อประโยชน์ของผู้เรียน ไม่ใช่เพื่อผู้สอนหรือสถาบัน หลักการที่เป็นหัวใจของ eLearning

Online LearningeLearning บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (ตรงข้ามกับ local หรือ wide-area network)

Online Training – เหมือนกับ online learning เพียงแต่หมายถึงระดับอาชีพ หรือบริษัท

Real-Time Communication – การสื่อสารซึ่งผู้รับ ได้รับข้อมูลในทันที (หรือเกือบจะทันที) ที่ข้อมูลถูกส่งออกไป real-time เป็นลักษณะพิเศษของการสื่อสารแบบ synchronous

Synchronous Learning – การเรียนรู้ใดๆที่ปฏิสัมพันธ์เกิดขึ้นใน real-time ในเวลาเดียวกัน นี่ทำให้ผู้เรียนต้องเข้าเรียนตามตารางเวลาที่กำหนด อาจดำเนินในห้องเรียนแบบเก่า หรือส่งผ่านทางเทคโนโลยี distributed หรือ eLearning

Technology-Based Training (TBT) — การส่งเนื้อหาผ่านอินเทอร์เน็ต LAN หรือ WAN (อินทราเน็ต หรือเอ็กซทราเน็ต) การถ่ายทอดผ่านดาวเทียม เสียง หรือวิดีโอเทป TV แบบโต้ตอบ หรือ CD-ROM รวมถึง CBT และ WBT

Text-Based Training — การส่งเนื้อหาผ่านทางหนังสือและสมุดคู่มือ

24/7 — ยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อวัน เจ็ดวันต่อหนึ่งสัปดาห์ ใช้บรรยายเวลาทำการของ Virtual Classroom หรือความพร้อมในการช่วยเหลือทางเทคนิคสำหรับนักศึกษาและ